กรณีที่ 6 อดีตนายกฯเอาการเจรจาเอฟทีเอ เอื้อดาวเทียมแลกกับประโยชน์ของชาติ
บริษัทชินแซทไม่เคยได้ประโยชน์หรือเกี่ยวข้องกับ FTA รัฐบาลไทยไม่เคยเอื้อหรือช่วยไทยคมตอนเจรจา FTA กับต่างประเทศแต่อย่างใด สามารถตรวจสอบบันทึกได้จากกระทรวงไอซีทีและกระทรวงพานิชย์
กรณี FTA ไทย-ออสเตรเลีย เมื่อเดือนตุลาคม 2546 ส่วนโทรคมนาคม เขียนว่า “ออสเตรเลียจะไม่จำกัดโควตาของปริมาณบริการดาวเทียมและมือถือ และจะไม่จำกัดการถือหุ้นของบริษัทไทยในบริษัท Optus และ Vodafone แต่ไม่สัญญาที่ให้บริษัทไทยถือหุ้นในบริษัท Telstra”
ข้อเท็จจริงคือ กรณีข้อความส่วนโทรคมนาคมใน FTA ฝั่งออสเตรเลียข้างต้น ไม่มีประโยชน์ต่อประเทศไทยหรือบริษัทชินแซทเลย เพราะประเทศออสเตรเลียเปิดเสรีโทรคมนาคมมาก ไม่จำกัดโควตาบริการดาวเทียมและมือถือกับประเทศใดและอนุญาตให้ต่างชาติถือหุ้นได้เต็มที่อยู่แล้ว หากต้องการซื้อหุ้น เอกชนก็เจรจาเองได้ เช่น บริษัทมือถืออันดับสอง Optus (ต่างชาติสิงคโปร์คือ Singapore Telecom ถือหุ้น100%) และ บริษัทมือถืออันดับสาม Vodafone (ต่างชาติอังกฤษคือ Vodafoneถือหุ้น100%)
ยิ่งไปกว่านั้น บริษัททั้งสามมีมูลค่าใหญ่มาก เช่น Telstra ที่รัฐบาลออสเตรเลียเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ มีมูลค่าในตลาดหลักทรัพย์ราว 2.8 ล้านล้านบาท ใหญ่เกินกว่าที่บริษัทไทยจะไปซื้อหุ้นหรือลงทุน (บริษัทโทรคมนาคมใหญ่ที่สุดของไทย คือ เอไอเอส มีมูลค่าน้อยกว่าสามแสนล้านบาท เล็กกว่า 10 เท่า) แต่เหตุที่รายการเหล่านี้ปรากฏใน FTA โดยที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อฝ่ายไทย ก็เพราะเป็นเทคนิคการเจรจาที่ออสเตรเลียทำเพื่อให้ดูเหมือนยอมให้ฝ่ายไทยมาก ในหัวข้อที่เปิดรับการค้าและการลงทุนโทรคมนาคมจากต่างชาติ 100% อยู่แล้ว
ส่วนกรณีที่มีการกล่าวหาว่าอดีตนายกฯนำเรื่อง FTA ไปแลกเรื่องวงโคจรดาวเทียมไทยคม-4 หรือไอพีสตาร์กับรัฐบาลจีนนั้น ข้อเท็จจริงคือ บริษัทชินแซทไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกับ FTA จีน
ไทยลงนามเป็นส่วนหนึ่งของ FTA ระหว่างอาเซียนกับจีนตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ปี 2545 ส่วนกรณีการประสานงานดาวเทียมไทยคม-4กับดาวเทียมเอเชียแซท-4 ของฮ่องกง ฝ่ายไทยและฮ่องกงตกลงกันได้ด้วยทางออกทางเทคนิคอย่างฉันท์มิตร ในเดือนพฤศจิกายน ปี 2546 อันเป็นวิถีทางหนึ่งที่ปฏิบัติกันทั่วโลก ในการเจรจาประสานงานความถี่วงโคจรดาวเทียม (หากตกลงกันไม่ได้ก็มีปัญหาการใช้งานทั้งคู่ ไม่ใช่แค่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง)
ดาวเทียมเอเชียแซท-4 เป็นของบริษัทฮ่องกง ไม่ใช่ของจีน รัฐบาลฮ่องกงเพียง “ยื่นเรื่อง” ไปสู่สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือ ITU ผ่านรัฐบาลจีนเท่านั้น ตามนโยบาย “หนึ่งประเทศสองระบบ” ทางการจีนจะไม่ก้าวก่าย รัฐบาลฮ่องกงหรือจีนคงไม่ยอมแลก FTA กับเอกชนไทยกับอุตสาหกกรมที่รัฐบาลจีนคุมเข้มมากเช่นโทรคมนาคม (ปัจจุบันไม่มีต่างชาติได้รับใบอนุญาตให้บริการโทรคมนาคมในจีน ถึงแม้มีเงื่อนไข WTO ก็ตาม)
กรณี คตส ได้มีคำสั่งอายัดทรัพย์อดีตนายกฯทักษิณ โดยกล่าวหาว่าร่ำรวยผิดปกติเพราะใช้อำนาจรัฐเอื้อประโยชน์บริษัท เอไอเอส และ ชินแซทเทลไลท์ ในหลายกรณี (1) ให้ทีโอทีลดส่วนแบ่งรายได้มือถือ (2) และปรับเกณฑ์การคำนวณ (3) ออกกฏหมายแปลงส่วนแบ่งรายได้เป็นภาษีสรรพสามิต (4) ให้ทีโอทีเช่าดาวเทียมทั้งที่ไม่จำเป็น (5) สั่งให้เอ็กซิมแบงค์ปล่อยกู้พม่าเพื่อซื้อดาวเทียม (6) เอาการเจรจาเอฟทีเอ เอื้อดาวเทียมแลกกับประโยชน์ของชาติ โดยรวมๆแล้วเพื่อปั่นราคาหุ้นขึ้นเพื่อขายหุ้นราคาสูง ซึ่งบิดเบือนจากข้อเท็จจริง
ดาวน์โหลดเอกสารนี้คลิก doc13.doc