1. ไทยคมไม่เคยได้ประโยชน์หรือเกี่ยวข้องกับ FTA รัฐบาลไทยไม่เคยเอื้อหรือช่วยไทยคมตอนเจรจา FTA กับต่างประเทศแต่อย่างใด
- เช่น ในปี 2548 ยอดขายของไทยคมในออสเตรเลียมีน้อยกว่า 1 ล้านเหรียญ (40 ล้านบาท) จากยอดรวมกว่า 4,000 ล้านบาท (~1%) น้อยมาก ทั้งที่มี FTA ตั้งแต่ปี 2546 เนื่องเพราะไม่มีประโยชน์ต่อไทยคมนั่นเอง
2. รายละเอียด FTA ไทย-ออสเตรเลีย ตุลาคม 2546 ส่วนโทรคมนาคม
- Communications services:
- แปล: ออสเตรเลียจะไม่จำกัดโควตาของปริมาณบริการดาวเทียมและมือถือ และจะไม่จำกัดการถือหุ้นของบริษัทไทยในบริษัท Optus และ Vodafone แต่ไม่สัญญาที่ให้บริษัทไทยถือหุ้นในบริษัท Telstra
3. ข้อเท็จจริงคือ กรณีข้อความโทรคมนาคมใน FTA ฝั่งออสเตรเลียข้างต้น ไม่มีประโยชน์ต่อประเทศไทยอยู่แล้ว
- ประเทศออสเตรเลียเปิดเสรีโทรคมนาคมมาก ไม่จำกัดโควตาบริการดาวเทียมและมือถือกับประเทศใดอยู่แล้ว
- บริษัท Optus (โดย Singapore Telecom) และ Vodafone (โดย Vodafone ของอังกฤษ) มีต่างชาติถือหุ้น100% เพราะอนุญาตให้ต่างชาติถือหุ้นได้เต็มที่อยู่แล้วและหากต้องการซื้อหุ้น เอกชนก็เจรจาเองได้
- บริษัททั้งสามมีมูลค่าใหญ่มาก เช่น Telstra ที่รัฐบาลออสเตรเลียเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ มีมูลค่าในตลาดหลักทรัพย์ราว 2.8 ล้านล้านบาท ใหญ่เกินกว่าที่บริษัทไทยจะไปซื้อหุ้นหรือลงทุน (บริษัทโทรคมนาคมใหญ่ที่สุดของไทย คือ เอไอเอส มีมูลค่าเกือบสามแสนล้านบาท เล็กกว่า 10 เท่า)
- ที่รายการเหล่านี้ปรากฏใน FTA โดยที่อาจไม่เป็นประโยชน์ต่อฝ่ายไทย ก็เพื่อให้ดูเหมือนยอมให้มาก เช่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ก็เปิดรับการค้าและการลงทุนโทรคมนาคมจากต่างชาติ 100% อยู่แล้ว
4. กรณีที่มีการกล่าวว่ารัฐบาลที่แล้วได้นำเรื่อง FTA ไปแลกเรื่องวงโคจรดาวเทียมไทยคม-4 กับรัฐบาลจีน
- เป็นความเข้าใจผิดและคลาดเคลื่อน ไทยคมไม่มีความเกี่ยวข้องกับ FTA ไม่ว่ากรณีการขายหรือการประสานงานวงโคจร สามารถตรวจสอบบันทึกได้จากกระทรวงไอซีทีและกระทรวงพานิชย์
- ประเทศไทยลงนามเป็นส่วนหนึ่งของ FTA ระหว่างอาเซียนกับจีนตั้งแต่ พฤศจิกายน 2545
- กรณีไทยคม-4 เป็นการประสานงานกับดาวเทียมเอเชียแซท-4 ของฮ่องกงไม่ใช่ของประเทศจีน (ทางฮ่องกงเพียง “ยื่นเรื่อง” ให้ ITU ผ่านประเทศจีนเท่านั้น เพราะฮ่องกงไม่ใช่ประเทศจึงไม่ได้เป็นสมาชิกของ ITU โดยตรง และจีนปฏิบัติต่อฮ่องกงตามหลักการ “หนึ่งประเทศสองระบบ” ทางการจีนจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับกิจการนี้ของฮ่องกง แต่จะเป็นตัวแทนต่อ ITU ให้เมื่อจำเป็น)
- พฤศจิกายน 2546 ฝ่ายไทยและฮ่องกงตกลงกันได้ด้วยทางออกทางเทคนิคอย่างฉันท์มิตร โดยทั้งสองฝ่ายต่างขยับวงโคจรให้ห่างออกจากกันมากขึ้น ทำให้ใช้งานร่วมกันได้ (หากตกลงกันไม่ได้ก็มีปัญหาการใช้งานทั้งคู่ ไม่ใช่แค่ฝ่ายเดียว) อันเป็นวิถีทางหนึ่งที่ปฏิบัติกันทั่วโลก ในการเจรจาประสานงานความถี่วงโคจรดาวเทียม