1. วงโคจรเป็นเรื่องการจัดสรรความถี่ในอวกาศซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติของมนุษยชาติและโลก ไม่มีประเทศใดเป็นเจ้าของ เพราะต้องแบ่งใช้ร่วมกันหลายประเทศ

- มีหน่วยงาน สหภาพโทรคมนาคมสากล (International Telecommunication Union หรือ ITU) ภายใต้สหประชาชาติ เป็นตัวกลางดำเนินการ

- กระทรวงไอซีที เป็นตัวแทนสมาชิกในนามประเทศไทย (เดิมเป็นกระทรวงคมนาคม) และดำเนินงานร่วมกับคณะกรรมการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช)

 

2. การจองวงโคจรของประเทศ ตัวแทนไทยคือ กระทรวงไอซีที/กทช จะต้อง  ยื่นเอกสารจอง ต่อ ITU

- โดยผู้ยื่นเรื่องจองก่อน ก็จะมีสิทธิ์สูงกว่าผู้ที่จองทีหลัง (มีลำดับความสำคัญ)

- สิทธิ์การจองมีอายุ 7 ปีหลังยื่นเรื่อง ต้องส่งดาวเทียมให้ทัน มิเช่นนั้นการจองก็จะหมดอายุไม่มีผล

- หลังการยื่นจอง ก็จะมีการเจรจา ประสานงานความถี่ กับประเทศอื่นๆ บางกรณีนับสิบประเทศ เพื่อให้มีข้อตกลงการใช้งานร่วมกันได้โดยไม่รบกวนกัน หากเจรจาประสานงานความถี่ไม่สำเร็จหรือไม่เรียบร้อย ก็จะส่งให้มีปัญหาในการส่งหรือใช้ดาวเทียมในวงโคจรที่จองไว้ ทำให้โครงการล้มเหลวได้ ซึ่งเคยเกิดมาแล้วในหลายประเทศ

- การเจรจาการประสานงาน ต้องทำร่วมกันทั้งฝ่ายรัฐและฝ่ายบริษัทดาวเทียมของประเทศที่เจรจากัน

 

3. สัญญาสัมปทานไทยคม ให้บริษัทจัดหาดาวเทียมเข้าวงโคจรที่กระทรวงเป็นผู้หาให้ โดยที่วงโคจรก็ยังเป็นสิทธิ์ของประเทศ ไม่ใช่ของบริษัท และรัฐให้บริษัทเป็นผู้สนับสนุนการดำเนินการและค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการจองและประสานงานวงโคจร (คล้ายกับกรณี BTO ของตัวดาวเทียม)

- เป็นภาระและต้นทุนที่สูงมาก ใช้เวลาหลายปี และค่าใช้จ่ายนับร้อยล้านบาท( ไม่รวมถึงการลงทุนเพื่อส่งดาวเทียมเพื่อรักษาสิทธิ์ก่อนหมดอายุ) ที่บริษัทแบกรับภาระตลอดมา

- เป็นประโยชน์ของประเทศ รัฐจึงมีหน้าที่จองและรักษาสิทธิ์ของประเทศให้มากที่สุด

- ไม่เพียงแต่ในระดับกระทรวง แต่รัฐบาลและนายกฯรัฐมนตรีในอดีต ก็ได้ทำหน้าที่ในการผลักดันในระดับการเมืองระหว่างประเทศในกรณีการประสานงานความถี่มีปัญหากับประเทศอื่น เช่น ฯพณฯ นายกฯชวน บรรหาร และชวลิต และกระทรวงการต่างประเทศของทุกรัฐบาลที่ผ่านมา

 

4. กรณีที่มีการกล่าวว่ารัฐบาลที่แล้วได้นำเรื่อง FTA ไปแลกเรื่องวงโคจรดาวเทียมไทยคม-4 กับรัฐบาลจีน

- เป็นความเข้าใจผิดและคลาดเคลื่อน ไทยคมไม่มีความเกี่ยวข้องกับ FTA ไม่ว่ากรณีการขายหรือการประสานงานวงโคจร สามารถตรวจสอบบันทึกได้จากกระทรวงไอซีทีและกระทรวงพานิชย์

- ประเทศไทยลงนามเป็นส่วนหนึ่งของ FTA ระหว่างอาเซียนกับจีนตั้งแต่ พฤศจิกายน 2545

- กรณีไทยคม-4 เป็นการประสานงานกับดาวเทียมเอเชียแซท-4  ของฮ่องกงไม่ใช่ของประเทศจีน (ทางฮ่องกงเพียง ยื่นเรื่อง ให้ ITU ผ่านประเทศจีนเท่านั้น เพราะฮ่องกงไม่ใช่ประเทศจึงไม่ได้เป็นสมาชิกของ ITU โดยตรง และจีนปฏิบัติต่อฮ่องกงตามหลักการ หนึ่งประเทศสองระบบ ทางการจีนจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับกิจการนี้ของฮ่องกง แต่จะเป็นตัวแทนต่อ ITU ให้เมื่อจำเป็น)

- พฤศจิกายน 2546 ฝ่ายไทยและฮ่องกงตกลงกันได้ด้วยทางออกทางเทคนิคอย่างฉันท์มิตร โดยทั้งสองฝ่ายต่างขยับวงโคจรให้ห่างออกจากกันมากขึ้น ทำให้ใช้งานร่วมกันได้ (หากตกลงกันไม่ได้ก็มีปัญหาการใช้งานทั้งคู่ ไม่ใช่แค่ฝ่ายเดียว) อันเป็นวิถีทางหนึ่งที่ปฏิบัติกันทั่วโลก ในการเจรจาประสานงานความถี่วงโคจรดาวเทียม

ดาวน์โหลดเอกสารนี้คลิก doc3.doc